การตัดไม้ทำลายป่า
Comments0this wiki
รายงาน'
เรื่อง การตัดไม้ทำลายป่า'
จัดทำโดย'
ชื่อ เด็กชายเศรษฐ์ หล่าวเจริญ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/13 เลขที่ 20'
เสนอ'
คุณครู จีระนันท์ อักษรชื่น และ'
ร.ศ.ด.ร. น้ำทิพย์ วิภาวิน'
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ห้องสมุด'
โรงเรียนสารวิทยา ปีการศึกษา 2554
คำนำ'
รายงานนี้ จัดทำขึ้นเพื่อ ศึกษาเกี่ยวกับปัญหาในสังคมไทยในปัจจุบัน และ บอกเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น'
สารบัญ'
หน้า'
ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า 1-2
สาเหตุของการตัดไม้ทำลายป่า 3
ข้อเสนอแนะ 4
รูปภาพการตัดไม้ทำลายป่า 5-6
อ้างอิง 7
ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า
สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และการตัดไม้ทำลายป่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อให้เกิดอุทกภัยรุนแรงที่จังหวัดโอเรียนทอล มินโดโร อิซาเบลล่า ปาลาวัน เกซอน บิโคล และคารากา ในขณะนี้ จะทวีความรุนแรงได้ หากไม่มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าเสียแต่วันนี้ วอน เฮอนานเดซ ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เหตุการณ์น้ำท่วมอย่างรุนแรงนี้มีสาเหตุมาจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผลลัพธ์ของความเสียหายจะเพิ่มขึ้นในระดับที่มากที่สุดหากสาเหตุของหายนะภัยนั้นเกิดจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงรวมกับการตัดไม้ทำลายป่า ประเทศฟิลิปปินส์ได้รับบทเรียนจากผลกระทบนี้หลายครั้งแล้วในอดีต ครั้งที่เลวร้ายที่สุดคือโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดออร์มอก เมื่อปี 2533 และ ความหายนะที่จังหวัดออโรรา และเกซอน ในปี 2547 หายนะภัยเหล่านี้จะเกิดขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ตราบใดที่ยังไม่มีมาตรการในการแแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่า ออกมาบังคับใช้
เหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งแทบจะเกิดขึ้นพร้อมกันในทุกจังหวัดทั่วฟิลิปปินส์ เป็นผลให้ประชานมากกว่า 10,000 ครอบครัวในพื้นที่เกิดเหตุต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น รายงานล่าสุดของกรีนพีซ ซึ่งออกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว เรื่อง “Crisis or Opportunity: Climate Change Impacts and the Philippines” โดย ดร.ลีอองซิโอ อมาโดร นักอุตุนิยมวิทยาที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของฟิลิปปินส์ ได้ระบุว่าผลกระทบของสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจะก่อให้เกิดน้ำท่วม แห้งแล้ง ไฟป่า และพายุไซโคลนในอัตราที่ถี่ และรุนแรงขึ้น ดร. อมาโดร์ อธิบายว่า “สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมความทุกข์ยากและเพิ่มภาระหนักให้ชาวฟิลิปปินส์ซึ่งส่วนใหญ่ต้องแบกรับอยู่แล้ว ทุกประเทศต้องร่วมกันปรับกลยุทธ์ เช่น การเตรียมความพร้อมรับมือกับหายนะ และการประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมาตรการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เช่น เปลี่ยนการใช้พลังงานฟอสซิลมาเป็นพลังงานสะอาด และใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”จากข้อมูลทางสถิติอ้างอิงได้ว่า การตัดไม้ทำลายป่าทำให้ภาวะฝนตกอย่างหนักย่ำแย่ลงไปอีก การตัดไม้ทำลายป่าอย่างต่อเนื่องทั้งถูกกฎหมาย และการลับลอบตัด ทำให้ผืนป่า ซึ่งโดยปกติจะทำหน้าที่เป็นปราการที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันพายุ ฝน และดินถล่มจากพายุไต้ฝุ่น สูญเสียความสามารถในการป้องกันหายนะจากภัยธรรมชาติ
กรีนพีซกล่าวว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 500 คนจากพายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นประมาณ 17-22 ครั้งที่พัดผ่านเข้ามาในประเทศ ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าระหว่างเกิดน้ำท่วมและแผ่นดินถล่มในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2547 ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าจากโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่จังหวัดออร์มอก ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2534 จำนวนผู้เสียชีวิตและสถิติความเสียหายทั้งต่อทรัพย์สินและสาธารณูปโภคจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนความถี่และความรุนแรงของพายุไต้ฝุ่น ขณะที่รัฐบาลอ้างแต่ว่า ภาวะฝนตกหนักเป็นสาเหตุของการเกิดน้ำท่วม แต่จากการศึกษาพบว่าการหายไปของพื้นที่ป่าเป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดหายนะภัยทางธรรมชาติ วอน เฮอนานเดซ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐมักโต้แย้งว่าฝนที่ตกอย่างหนักมากเป็นสาเหตุของอุทกภัยที่เกิดขึ้นแต่ละครั้ง เพียงเพื่อเป็นการบอกปัดความรับผิดชอบ เป็นที่คาดกันแล้วว่า ภาวะฝนตกอย่างหนักจะเพิ่มขึ้นในอนาคต รัฐบาลจึงควรออกมาตรการที่เข้มงวดเพื่อปกป้องพื้นที่ป่าและหยุดการตัดไม้ทำลายป่า พร้อมกับกำหนดนโยบายลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิลซึ่งก่อให้เกิดปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง และก้าวไปสู่การใช้พลังงานสะอาด
สาเหตุสำคัญของวิกฤตการณ์ป่าไม้ในประเทศไทย'
1. การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า
ตัวการของปัญหานี้คือนายทุนพ่อค้าไม้ เจ้าของโรงเลื่อย เจ้าของโรงงานแปรรูปไม้ ผู้รับสัมปทานทำไม้และชาวบ้านทั่วไป ซึ่งการตัดไม้เพื่อเอาประโยชน์จากเนื้อไม้ทั้งวิธีที่ถูกและผิดกฎหมาย ปริมาณป่าไม้ที่ถูกทำลายนี้นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอัตราเพิ่มของจำนวนประชากร ยิ่งมีประชากรเพิ่มขึ้นเท่าใด ความต้องการในการใช้ไม้ก็เพิ่มมากขึ้น เช่น ใช้ไม้ในการปลูกสร้างบ้านเรือนเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตรกรรมเครื่องเรือนและถ่านใน การหุงต้ม เป็นต้น
2. การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อเข้าครอบครองที่ดิน
เมื่อประชากรเพิ่มสูงขึ้น ความต้องการใช้ที่ดินเพื่อปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ก็อยู่สูงขึ้นเป็นผลผลักดันให้ราษฎรเข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ แผ้วถางป่า หรือเผาป่าทำไร่ เลื่อนลอย นอกจากนี้ยังมีนายทุนที่ดินที่จ้างวานให้ราษฎรเข้าไปทำลายป่าเพื่อจับจองที่ดินไว้ขายต่อไป
3. การส่งเสริมการปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจเพื่อการส่งออก
เช่น มันสำปะหลัง ปอ เป็นต้น โดยไม่ส่งเสริมการใช้ที่ดินอย่างเต็มประสิทธิภาพทั้ง ๆ ที่พื้นที่ป่าบางแห่งไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการเกษตร
ข้อเสนอแนะ'
เราควรช่วยกันระวังและช่วยกันดูแลรักษาป่าไม้หรือบอกโทษของการตัดไม้ทำลายป่า
media.thaigov.go.th
Raorakpar.org
Krunok.net
Learners.in.th
อ้างอิง'